ชีวิตยังมีหวัง

ดาวน์โหลดบทความนี้

ไม่ว่าสถานการณ์ในชีวิตคุณจะเป็นอย่างไรก็ตาม คุณจำเป็นต้องเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นสามารถเกิดขึ้นได้ เพราะหากคุณเลิกเชื่ออย่างนั้นเสียแล้ว สิ่งที่ดีกว่าจะไม่สามารถเกิดขึ้นกับคุณได้ การยอมแพ้ท้อแท้ใจเป็นสิ่งที่อันตราย
หากโลกนี้เป็นไปตามที่พระเจ้าประสงค์ โลกนี้คงเต็มไปด้วยสันติ เพราะพระเจ้าประสงค์สันติ แต่ในความเป็นจริงโลกนี้มีแต่ปัญหา สงคราม ความทุกข์ใจ เพราะโลกนี้ไม่ได้เป็นไปตามที่พระเจ้าประสงค์เสมอไป เพราะมนุษย์มีส่วนในการเลือกกำหนดชีวิต ปัจจุบัน และอนาคตของตัวเอง

….มีทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการความช่วยเหลือจากพระเจ้า หัวใจที่ปรารถนาในสิ่งที่ยิ่งใหญ่และมีคุณค่า แต่กำลังในการทำก็น้อย……
มนุษย์ต้องการพระเจ้าพระผู้สร้างเขา ให้พระองค์ช่วยในสิ่งที่เขาทำเองไม่ได้ เราพยายามแก้ปัญหาให้กับตัวเองซึ่งปัญหานั้นใหญ่เกินกว่าเราจะแก้ได้เองแต่ลำพัง
เมื่อโทรทัศน์ของเราเสีย หากเราพยายามแก้ไขเองในที่สุดโทรทัศน์อาจจะเสียมากกว่าเดิม จากที่ไม่มีภาพ ก็อาจกลายเป็นไม่มีเสียงด้วย คนที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโทรทัศน์คงซ่อมผิดซ่อมถูก แต่หากเรายกเครื่องไปให้ช่างที่ความเชี่ยวชาญชำนาญได้แก้ไข ในเวลาไม่นานเราคงได้โทรทัศน์กลับคืนมาให้ความบันเทิงกับเราในสภาพพร้อมใช้งาน
หลายครั้งที่เราพยายามแก้ไขปัญหาในชีวิตด้วยตัวเอง ทั้ง ๆ ที่เราไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับชีวิตเท่าใดนัก ได้แต่ลองดูวิธีการโน่นนี่ไปเรื่อย ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ เราจะเกิดการท้อแท้ใจ กระวนกระวายใจ นอนไม่หลับ เครียด สุขภาพทรุดโทรม รู้สึกหมดหวังหมดกำลังใจในที่สุด

ทุกครั้งที่เราพยายามทำสิ่งที่ยากเกินตัวนั้น เราจะกระวนกระวายใจ ไม่มีใครกระวนกระวายใจกับสิ่งที่เขารู้ว่าจะแก้ไขได้อย่างไร แต่เมื่อเราไม่รู้ว่าจะจัดการกับปัญหาของเราอย่างไร เมื่อนั้นเราจะทุกข์ใจ เช่นเดียวกับโทรทัศน์ หากเราเก็บปัญหาไว้กับตัว พยายามแก้ไขเอง ก็เป็นการเสียเวลาเปล่า เพราะเราไม่มีความสามารถที่จะแก้ได้เอง ถ้าทำได้เองเราคงทำไปนานแล้ว ไม่ต้องเสียเวลามาทุกข์ใจเปล่า ยิ่งเก็บปัญหาไว้นาน ยิ่งทุกข์ใจ ทั้ง ๆ ที่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร หากให้ช่างฝีมือดีดูแลจัดการ

พระเจ้าพระผู้สร้างเราเป็นผู้ที่รู้จักชีวิตดีที่สุด พระองค์รู้ว่าจะคลี่ปมต่าง ๆ ได้อย่างไร พระเจ้าแก้ไขที่ต้นตอของปัญหา พระเจ้ารู้ดี รู้จริง ไม่มีสิ่งใดที่ยากเกินไปสำหรับพระองค์ เหมือนคนสร้างโทรทัศน์ย่อมรู้ดีที่สุดว่าจะทำให้โทรทัศน์ที่เสียกลับมาทำงานได้ดีดั่งเดิมได้อย่างไร แต่เช่นเดียวกับช่างที่จะไม่สามารถช่วยซ่อมโทรทัศน์ให้เราได้เลยหากเราไม่เรียกใช้บริการของเขา พระเจ้าก็เช่นกัน พระองค์ไม่สามารถจะช่วยเหลืออะไรเราได้หากเราไม่ยกชีวิตของเราไปให้พระองค์ซ่อมแซม หากเราไม่ร้องให้พระองค์ช่วย หากเราไม่ยินดีทำตามวิธีการดูแลรักษาชีวิตตามที่พระองค์บอกเรา ชีวิตก็จะทรุดโทรมไปเรื่อย ๆ และหมดหวังต้องอยู่ไปอย่างไร้วัตถุประสงค์ในที่สุด

แต่พระเจ้าไม่ใช่เป็นเพียงช่างฝีมือเลิศ ที่อัศจรรย์ยิ่งกว่านั้นคือพระองค์ทรงแสนดีและทรงรักเรา พระองค์ประสงค์ให้เราได้รู้จักพระองค์เป็นการส่วนตัว ได้ไว้วางใจพระองค์ ได้วางภาระทุกอย่างลงให้พระองค์นำชีวิต พระองค์ปรารถนาแต่สิ่งที่ดีที่สุดเท่านั้นสำหรับเรา พระองค์มีแผนเกี่ยวกับเรา เป็นแผนงานที่นำความเจริญรุ่งเรืองและสันติสุข หากเราเชื่อมั่นไว้วางใจในพระองค์ ยกชีวิตให้พระองค์ดูแลพระองค์ก็ช่วยเราได้ หากเราไม่เชื่อมั่นในพระองค์เราก็จะไม่ยอมยกชีวิตเราให้พระองค์ดูแล
เราจึงต้องรู้จักพระเจ้าเพื่อเราจะได้เชื่อมั่นและวางใจในพระองค์ได้อย่างแท้จริง

“ฟังซี เพราะเราจะพูดถึงสิ่งยอดเยี่ยม เพราะสิ่งที่ชอบจะมาจากริมฝีปากของเรา เพราะปากของเราจะกล่าวความจริง ความชั่วร้ายเป็นสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนต่อริมฝีปากของเรา บรรดาคำปากของเรานั้นชอบธรรม ในนั้นไม่มีคำบิดหรือคำคด คำเหล่านั้นสำหรับผู้ที่เข้าใจก็ตรงหมด สำหรับผู้พบความรู้ก็ถูกต้อง จงรับคำสั่งสอนของเราแทนเงิน และความรู้แทนทองคำอย่างดี เพราะปัญญาดีกว่าทับทิม และสิ่งที่เจ้าปรารถนาทั้งหมดจะเปรียบเทียบกับปัญญาไม่ได้ เราคือปัญญา อยู่ในความหยั่งรู้ และเราพบความรู้แห่งความเฉลียวฉลาด ความยำเกรงพระเยโฮวาห์เป็นความเกลียดชังความชั่วร้าย เราเกลียดความเย่อหยิ่งและความจองหอง และทางของความชั่วร้ายกับปากตลบตะแลง เรามีคำหารือและสติปัญญา เรามีความเข้าใจ เรามีกำลัง …..เรารักบรรดาผู้ที่รักเรา และบรรดาผู้ที่แสวงเราอย่างขยันขันแข็งก็พบเรา ความมั่งคั่งและเกียรติอยู่กับเรา เออ ทั้งทรัพย์ศฤงคารที่ทนทานและความชอบธรรม ผลของเราดีกว่าทองคำ แม้ทองคำเนื้อดี และผลได้ของเราดีกว่าเงินเนื้อบริสุทธิ์ เรานำในทางแห่งความชอบธรรม ในวิถีทั้งหลายของความยุติธรรม ประสาททรัพย์ศฤงคารแก่บรรดาผู้ที่รักเรา บรรจุคลังทรัพย์ทั้งหลายของเขาให้เต็ม
(สุภาษิต 8:6-21)

“บัดนี้จงฟังเรา บรรดาผู้ที่รักษาทางของเราก็อยู่สุขสงบ จงฟังคำสั่งสอน และจงฉลาด และอย่าเพิกเฉยเสีย ผู้ใดที่ฟังเราก็เป็นสุข คือเฝ้าอยู่ที่ประตูรั้วของเราทุกวัน และคอยอยู่ข้างประตูบ้านของเรา เพราะผู้ใดที่พบเราก็พบชีวิต และได้รับความพอพระทัยจากพระเยโฮวาห์ แต่ผู้ที่พลาดขาดเราก็กระทำจิตใจตัวเองให้เจ็บ บรรดาผู้ที่เกลียดชังเราก็รักความมรณา”
(สุภาษิต 8:32-36)